การลดความสูญเสียในกระบวนการชุบแข็งอินดักชั่น กรณีศึกษา : บริษัทตัวอย่าง Waste Reduction in Induction Hardening Process : A Case Study

Main Article Content

เกรียงไกร ศรีเลิศ
ณฐา คุปตัษเฐียร

Abstract


บทคัดย่อ


งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การลดความสูญเสียจากกระบวนการชุบแข็งอินดักชั่น ในขั้นตอนการให้ความร้อน (Induction) ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทจากการศึกษาข้อมูลความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการชุบแข็งอินดักชั่นมีจำนวนเฉลี่ย 1,459 ชิ้นต่อเดือน โดยมีการสูญเสียในขั้นตอนการให้ความร้อนเฉลี่ย 1,171 ชิ้นต่อเดือนการออกแบบสร้างเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยในการจับยึดชิ้นงานในขั้นตอนการให้ความร้อน ช่วยในการขับหมุนชิ้นงานขณะให้ความร้อนชุบแข็งกับชิ้นงานซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ทำให้ไม่เกิดความสูญเสียกับชิ้นงานเพลาขับ (Intermediate Shaft) จึงทำให้ลดความสูญเสียในกระบวนการชุบแข็งอินดักชั่นในขั้นตอนการให้ความร้อน ผลการวิจัยพบว่าเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยในการจับยึดชิ้นงานในขั้นตอนการให้ความร้อนสามารถลดความสูญเสียจาก 1,171 ชิ้นต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 0.51 ของจำนวนชิ้นงานที่ผลิตเหลือความสูญเสียจำนวน 108 ชิ้นต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 0.06 และสามารถลดความสูญเสียเฉพาะกระบวนการชุบแข็งอินดักชั่นจาก 1,459 ชิ้นต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.63 เหลือ 284 ชิ้นต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 0.17 ของจำนวนชิ้นงานที่ผลิต หมายถึงสามารถลดการสูญเสียในการผลิตชิ้นงานได้ถึงร้อยละ73


 


คำสำคัญ : การลดความสูญเสีย กระบวนการให้ความร้อน เครื่องมือคุณภาพเทคนิควิศวกรรมอุตสาหการ  การออกแบบเครื่อง


                 อุปกรณ์จับยึด


 


Abstract


This research aimed to study the loss reduction in the induction hardening process which was a crucial problem affecting the company’s operation. It was From the date taken from the Example Company, it showed that there was an average loss of 1,459 pieces per month in the induction hardening process of the intermediate shaft production. In addition, the average loss in the induction process was 1,171 pieces per month. In order to address this problem, the jig fixture design was used as an intervention tool to turn the intermediate shaft production during the induction process. Likewise, the tool was also designed to lessen the defects of intermediate shafts, which eventually reduced loss in the induction hardening process. It revealed that the jig fixture design helped reduce the loss in the induction process from 1,171 pieces per month (0.51% of all intermediate shaft production) to 108 pieces per month (0.6%). Moreover, the specific loss in the induction hardening process was decreased from 1,459 pieces per month (0.63%) to 284 pieces per month (0.17%) which indicated that the loss was reduced by 73%


Keywords : Loss Reduction,  Induction,  Industrial Engineering Technique Quality Tool,  Jig  Fixture Design 


Article Details

Section
Articles

References

[1] ธีระวัฒน์ สมสิริกาญจนคุณ, “การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิตยางท่อเพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิต,”ภาควิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น2552.
[2] ยุทธณรงค์ จงจันทร์,“การเพิ่มผลผลิตสายการผลิตเตาเหล็กหล่อ,”วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต วิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2554.
[3] สาทิตย์ สินิลพันธ์,ณฐา คุปตัษเฐียร, “การลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ โดยการบูรณาการเทคนิควิศวกรรมอุตสาหการ, ”วารสารวิศวกรรมศาสตร์ราชมงคลธัญบุรี, 2553.
[4] อำนาจ มีแสง, “การออกแบบเครื่องมือจับยึดชิ้นงานเพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการตัดท่อยาง กรณีศึกษา โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์,”วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต วิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2554.
[5] วรรณา พิศดวงดาว, “การลดความสูญเสียขวดพีอีทีในสายการผลิตชาเขียว โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือทางคุณภาพ, ”วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต วิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553.
[6] ชายชาญ แต่งผิว, “การลดความสูเสียในกระบวนการตัดแบ่งเหล็กแผ่นรีดร้อน : กรณีศึกษาโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน, ”วิศวกรรมอุตสาหการ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2554.
[7] คชพล สิริทรัพย์อุดม, “การศึกษาวิจัยด้านการจัดการการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตและลดความสูญเสีย 7 ประการ : กรณีศึกษาสายการผลิต LEVER TILE,”การจัดการวิสาหกิจสำหรับผู้บริหาร สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น,วารสารสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2555-มีนาคม 2556.
[8] โกเมศร์ แจ่มจันทร์,นาย สมโชค ทรัพย์พนาชัย, “การควบคุมความถี่ 64 กิโลเฮิรตซ์ ด้วยเทคนิค PWM AUTO TUNE RESONANCEสำหรับการให้ความร้อนแบบเหนี่ยวนำ.’’มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น 2551.
[9] สมนึก วัฒนศีรยกุล, “การศึกษาศักยภาพการชุบแข็งเฟืองรถไถแบบเดินตามที่ผลิตในประเทศไทย.”ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต,คณะวิศวกรรมศาสตร์,สถาบันเทคโนโลพระนครเกล้าพระนครเหนือ, 2550.
[10] ยุทธนา มั่นมาก, “การศึกษากระบวนการชุบแข็ง และการอบคืนไฟ ของเหล็กสปิง ผสมโครเมียมต่ำ,”วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,คณะวิศวกรรมศาสตร์,มหาวิทยาลัยเทคโนโลพระจอมเกล้าธนบุรี, 2552.
[11] Miltenberg, J. and Wijingaard, J. 1994. The U- line balancing problem, Management Sciences, 40(10): 1378-1388.
[12] Sury, R. J. 1971. Aspects of assembly line balancing. International Journal of Production Research, 9: 8-14.
[13] Lowry, S.M., H. B. Maynard and G. J. Stegemerten. 1940. Time and Motion Study and Formulas for Wage Incentives, 3rd ed., NY: McGraw-Hill.
[14] J. Choi and R. Edward Minchin. 2006. Workflow management and productivity control for asphalt pavement operations, Canadian Journal of Civil Engineering vol33, 1039-1049
[15] Paul H.P Yeuw and Rabinda NathSen. 2006. Productivity and quality improvement revenue increment and rejection cost reduction manual component insertion lines through the application of ergonomic, International Journal of Industrial Ergonomics vol36, 367-377
[16] S. Gangopadhyay, I. Das, and G. Ghoshal. 2006. Work organization in sand core manufacturing for health and productivity, International Journal of Industrial Ergonomics vol36, 915-920

Most read articles by the same author(s)