การจัดลำดับแนวทางการปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ โดยการประยุกต์ใช้ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ Learning Resources Improvement Project Prioritization: An Application of Analytic Hierarchy Process Method

Main Article Content

มงคล กิตติญาณขจร

Abstract

บทคัดย่อ


เนื่องจากการศึกษาความพึงพอใจต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในแต่ละด้านงานวิจัยที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจและวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจโดยใช้ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบกันในแต่ละด้านโดยตรงอีกทั้งยังขาดการแนะนำแนวทางการปรับปรุงที่เป็นรูปธรรมซึ่งเมื่อสถาบันการศึกษาต้องการวางแผนปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้หลายด้านอาจมีข้อจำกัดในเรื่องทรัพยากรที่มีอยู่จึงมิสามารถทำการปรับปรุงในทุกด้านพร้อมกันดังนั้นแนวทางการปรับปรุงพร้อมน้ำหนักความสำคัญของแต่ละแนวทางซึ่งได้มาจากวิธีการที่เหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนพัฒนาในระยะยาว งานวิจัยจึงมีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอวิธีการจัดลำดับแนวทางการปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจโดยการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ซึ่งมีการให้น้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันเพื่อให้สามารถสะท้อนความเป็นจริงมากกว่าวิธีปัจจุบัน ผลการวิจัยพบว่าการจัดลำดับแนวทางการปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ โดยการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ ระบุว่าควรให้ลำดับความสำคัญสูงสุดต่อ แนวทางการปรับปรุงเรื่องการจัดพื้นที่สำหรับอาจารย์และนักศึกษาได้พบปะและแลกเปลี่ยนสนทนา หรือทำงานร่วมกัน รองลงมาเป็นปรับปรุง ระบบอินเทอร์เน็ตใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยผลดังกล่าวเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับวิธีปัจจุบันอันเนื่องมาจากอิทธิพลของความแตกต่างของน้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์การคัดเลือกจากการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์


 คำสำคัญ: กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์  ความพึงพอใจ  สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ การจัดลำดับ


Abstract


According to current learning resources satisfaction assessment method, almost current researchers use survey research with average comparison directly among each aspects. Moreover, the clearly improvement methods are not specified. When the institutions have to plan long term improvement projects, all of improvement projects could not be implemented in the same time due to the limited of resources. Therefore, the improvement projects with prioritization that provided by proper calculation method is necessary. This paper proposed learning resources improvement project prioritization using analytic hierarchy process technique that provides different important weight for each selection criteria. This can reasonably reflect the fact more than current method. The results of the analytic hierarchy process prioritization show that the improvement project that was given the highest important weight was “providing the meeting area between teachers and students”. The second place was “improving internet system”. This ranking order was opposite to current method. This might due to the influence of the different important weight for each selection criteria from analytic hierarchy process prioritization method.


Keywords: AHP, Satisfaction, Learning resources, prioritization.

Article Details

Section
Articles
Author Biography

มงคล กิตติญาณขจร, Udonthani Rajabhat University, UdonThani, Thailand

Mongkol Kittiyankajon received Master degree in Industrial Engineering from Thammasat University, Thailand in 2005. He recieved his Ph.D from Department of Industrial Engineering, Faculty of Engineering, Khon Kaen University, Thailand in 2018. He is also currently serving as Lecturer of Industrial Management Department, Faculty of Technology, Udon thani rajabhat university. His research interest is multiple criteria decision making.

References

[1] รุ่งอรุณ พรเจริญ นุชนารถ ผ่องพุฒิ และทรงสิริ วิชิรานนท์, 2560.
ความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 11(2): 130-141.

[2] ประพาฬรัศมิ์ ลิ้มสุคนธ และ มนวิกา ผดุงสิทธิ์,
2554. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางบัญชี. วารสารวิชาชีพบัญชี. 7(20): 50-65.

[3] วรญา ทองอุ่น และ จันจิราภรณ์ ปานยินดี,
2560. ความพึงพอใจต่อหลักสูตรการบริหารทรัพยากรมนุษย์.วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์. 2(1): 1-12

[4] ศุภลักษ์ แลปรุรัตน, 2557. ความพึงพอใจใน
การทำงานและความตั้งใจลาออก: การศึกษาในพนักงานเจนเนอเรชั่นวายของธนาคารพาณิชย์ในจังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย.วารสารวิชาการ Veridian E-Journal 7(3): 863-877

[5] ศุภกฤต พลิ้วไธสง, 2561. การสำรวจความพึง
พอใจของนักศึกษาต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้วิชาการประยุกต์ใช้ไมโครโปเซสเซอร์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 22(27): 79-84

[6] สรคม ดิสสะมาน, 2551. ความพึงพอใจของ
นายจ้างที่มีต่อบัณฑิตสาขาวิชาสารนิเทศศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารสารบรรณารักษศาสตร์, 28(2): 33-48

[7] สาลินี จงใจสุรธรรม, 2553.ความพึงพอใจของ
นักศึกษาที่มีต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 29(2): 25-33

[8] อมรรัตน์ เสตสุวรรณ และ อรชร ศรีไทรล้วน
, 2556. ความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่4 ต่อคุณภาพหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต.วารสารเกื้อการุณย์, 21(พิเศษ): 59-76

[9] อิสรีย์ โชว์วิวัฒนา, 2556.
ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อหลักสูตรปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 33(พิเศษ): 1-12

[10] สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
, 2557. คู่มือประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.

[11] Satty. T. L., 1980, The analytic
hierarchy process. New York: McGraw-Hill

[12] วิฑูรย์ ตันศิริคงคล. 2542, AHP
กระบวนการตัดสินใจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก.กรุงเทพฯ: กราฟฟิก แอนด์ปริ้นเตอร์ เซ็นเตอร์.